วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ตัดไฟล์เสียงแบบออนไลน์

0 ความคิดเห็น
 
       บางครั้งไฟล์เสียงที่เรามีนั้นก็ยาวเกินกว่า จะเอามาใช้งานต่างๆ ได้ โดยเฉพาะงานนำเสนอ แม้ว่า PowerPoint จะมีเทคนิคการเลือกช่วงเสียงเพลงได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สะดวกอีกทั้งยังยุ่งยากและอาจผิดพลาดได้ วันนี้ mediathailand : presentation  จะมาแนะนำวิธีการตัดไฟล์เสียงแบบออนไลน์กัน โดยมีเว็บไซตืผู้ให้บริการนี้ เรามาศึกษาวิธีการกัน

1. ไปที่เว็บไซต์ https://mp3cut.net/th/


2. จะปรากฎหน้าให้ท่านดำเนินการ มี 3 ขั้นตอนคือ Open  Cut  และ Save เริ่มที่ขั้นแรก คลิกที่ปุ่ม Open file  ดังภาพบน



3. เลือกไฟล์เสียงต้นทางที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน เลือกแล้ว คลิก Open




4. ไฟล์เสียงที่ท่านเลือกจะถูก Upload ไปบนระบบ ซึ่งขณะนี้ สถานะโปรแกรมพร้อมที่จะดำเนินการในขั้นตอนที่ สอง คือ Cut







โดยท่านสามารถเลือกช่วงที่ต้องการตัดออกได้ โดยใช้ปุ่ม play/stop รวมถึงสไลด์บาร์สีฟ้าเข้ม ซึ่งจะมีสองด้านทั้งด้านต้นทางและด้านปลายทาง สำหรับกำหนดช่วงให้ท่านดำเนินการตัด


5. เมื่อดำเนินการเลือกช่วงที่ต้องการแล้ว คลิกที่ปุ่ม Cut

ส่วนสีฟ้า คือ ส่วนที่เลือก 
ส่วนสีขาว คือส่วนที่ตัดออก
 ตรงส่วนนี้ ท่านสามารถกำหนดการ Fade in และ Fade out ได้ จากปุ่มสวิทช์ ด้านบน


6. ระบบจะดำเนินการตัดช่วงของไฟล์ที่ท่านกำหนดไว้ หากไฟล์นั้นมีความยาว ก็ อาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน


7. เมื่อเสร็จเรียบร้อย ระบบจะให้ท่านทำการ Download ท่านก็คลิกที่ Download ทำการ save ชื่อ ตามที่ต้องการต่อไป

Readmore...

การแปลงไฟล์วิดีทัศน์จาก YOUTUBE ให้เป็นไฟล์เสียง MP3

0 ความคิดเห็น
 
ในบางสถานการณ์ของคนทำสื่อโดยเฉพาะสื่อนำเสนอ ก็มีความต้องการอยากได้มัลติมีเดียไม่ว่า วิดีทัศน์ หรือ เสียง มาประกอบแหล่งที่สำคัญก็คือใน youtube ซึ่งในเรื่องไฟล์วิดีทัศน์เคยนำเสนอไปแล้วที่ http://mediath3.blogspot.com/2016/02/youtube.html วันนี้จะมานำเสนอ ในอีกเรื่อง นั่นคือการแปลงไฟล์เสียงจาก YouTube ให้เป็นไฟล์ MP3 ซึ่งที่จริงก็ มีหลายเว็บที่ให้บริการ  แต่ส่วนใหญ่ จะจำกัดที่ความยาวของไฟล์เสียงไม่เกิน 20 นาที


แต่ในวันนี้จะนำเสนอเว็บที่ให้บริการแบบไม่จำกัดความยาวของไฟล์ ซึ่งจะสะดวก ในการดำเนินการด้วย มาดูขั้นตอนกัน โดยจะแนะนำ 3 เว็บไซต์

เว็บแรก

1. ไปที่ http://www.flv2mp3.com/ จะพบหน้าเว็บที่พร้อมให้ดำเนินการดังภาพด้านล่าง


2. ทำการ copy URL จากYouTube ที่ท่านเลือก มาวางในพื้นที่ สีขาว


3. ซึ่งเมื่อวางเสร็จปุ่ม CONVERT to MP3 จะเปลี่ยนจากสีแดง เป็นสีเขียว ท่านก็คลิกปุ่มได้เลย


4. ระบบจะดำเนินการแปลงไฟล์ ดังภาพ




5. เมื่อระบบดำเนินการเสร็จ จะเกิดแถบสีเขียว แจ้งว่า VIDEO SUCCESSFULLY CONVERTED TO MP3 พร้อมปุ่ม DOWNLOAD สีแดง  ให้ทำการคลิกปุ่ม DOWNLOAD สีแดง


6. จะให้ท่านทำการ Save จะเลือก Save หรือ Save as ก็แล้วแต่ โดยท่านอาจจะตั้งชื่อตามใจท่านได้เลย ก็เป็นอันว่า จบกระบวนการ


แต่ถ้าต้องการทำการดาวน์โหลดเพิ่มก็คลิกที่ปุ่ม DOWNLOAD ANOTHER VIDEO


..........................................................................................................
เว็บที่สอง

 มาดูอีกเว็บไซต์ ซึ่งก็ ง่าย และค่อนข้างรวดเร็วกว่า ชื่อเว็บ TheYouMp3  ไปที่ http://m.theyoump3.com/thai/


ให้ทำการ copy URL ที่ต้องการจาก YouTube ลงในช่อง ดังภาพ หลังจากนั้นคลิกที่ปุ่ม Convert เพื่อทำการแปลงไฟล์ เมื่อดำเนินการเสร็จ ระบบจะแจ้งให้ทราบทันทีดังภาพด้านล่าง


ทำการคลิกที่ปุ่ม Download เพื่อนำลงมา ซึ่งก็ดำเนินการ save เหมือนที่เคยทำ เป็นเสร็จกระบวนการ

 
 
................................................................................
 
 
 
เว็บสุดท้าย
 
ก็เป็นเว็บที่ใช้งานง่ายอีกไซต์นึง  มีวิธีการดังนี้
 
1. ไปที่ http://convert2mp3.net/ จะพบหน้าเว็บที่พร้อมให้ดำเนินการดังภาพด้านล่าง
 

 
 
2. ทำการ copy URL จากYouTube ที่ท่านเลือก มาวางในช่องตามที่ลูกศรชี้

 
 
 
3. ซึ่งเมื่อวางเสร็จคลิกที่ปุ่มปุ่ม CONVERT ระบบจะดำเนินการโดยแสดงเป็นแถบ progress bar เพื่อดำเนินการดาวน์โหลด 

 
 
 
4. เมื่อระบบทำการดาวน์โหลดเสร็จ ก็จะรายงานผล ให้ท่านคลิกปุ่ม Continue




5. ระบบจะดำเนินการแปลงไฟล์ ดังภาพ เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็จะแจ้งผลด้วยแถบสีเขียว ให้ทำการคลิกปุ่ม DOWNLOAD สีเขียว ได้เลย
 

 
 
 
6. จะให้ท่านทำการ Save จะเลือก Save หรือ Save as ก็แล้วแต่ โดยท่านอาจจะตั้งชื่อตามใจท่านได้เลย ก็เป็นอันว่า จบกระบวนการ

 
 
......................................................................................
 
 
 

Readmore...

การดาวน์โหลดไฟ์วิดีทัศน์จาก YOUTUBE

0 ความคิดเห็น
 


ในฐานะคนทำสื่อเพื่อการนำเสนอ การนำมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นวิดีทัศน์ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหวประเภทต่างๆมาสนับสนุนการนำเสนอ จะช่วยให้การนำเสนอมีความน่าสนใจ แหล่งไฟล์ข้อมูลวิดีทัศน์ที่สำคัญและถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดบนอินเทอร์เน็ตก็คือ YouTube นั่นเอง แต่การจะนำไฟล์วิดีทัศน์ลงมาใช้งานในลักษณะออฟไลน์นั้น ซึ่งหมายถึงการดาวน์โหลด แต่หน้าเว็บของ YouTube เองก็ไม่ได้อนุญาตให้ท่านดำเนินการได้ ที่จริงนักคอมพิวเตอร์ที่ชำนาญสามารถหาวิธีดาวน์โหลดไฟ์วิดีทัศน์จาก YouTube ไม่ยากนัก โดยมีทั้งการติดตั้งโปรแกรมเฉพาะ สำหรับการดาวน์โหลด ซึ่งมีหลากหลาย และบางโปรแกรม มักจะแถมโปรแกรมแอบแฝงที่เราไม่ต้องการมาด้วย แต่ในวันนี้จะแนะนำวิธีการดาวน์โหลดจากหน้าเว็บผู้ให้บริการดาวน์โหลดจาฟ KEEPVID กัน
โดยมีวิธีการ ดังนี้


1.ทำการเปิด Browser เว็บ: www.keepvid.com   ดังภาพบน

 

2.ทำการเปิด Browser อีกหน้าต่างไปที่เว็บ YouTube เลือกรายการวิดีทัศน์ที่ท่านต้องการจะดาวน์โหลด

3.ทำการ copy URL ที่ปรากฎตรงช่อง Address Bar ดังภาพด้านบน


4. กลับไปที่เว็บ www.keepvid.com ทำการ  paste URL ลงในช่องลิงค์ ดังภาพ


5.คลิกที่ปุ่ม Download



6.จะปรากฎรายการประเภทของไฟล์ รวมถึงขนาด หรือ ระดับคุณภาพให้ท่านเลือกดาวน์โหลด
7. ทำการคลิกขวา เลือกรายการ Save Target as (หากคลิกเลือกตรงๆจะปรากฎหน้าต่างเช่นนี้ซึ่งไม่สามารถทำการดาวน์โหลดได้)


8. ระบบจะดำเนินการดาวน์โหลด ตามที่ท่านเลือก อย่าลืมต้องจำด้วยว่า ไฟล์ที่ดาวน์โหลด ปลายทางลงที่ใดด้วยนะ




Readmore...
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Adobe Director, ProShow Gold, Nero Video และ Power Director

0 ความคิดเห็น
 
      นอกจากโปรแกรม Microsoft PowerPoint แล้ว ยังมีโปรแกรมสำหรับใช้สร้างสื่อเพื่อการนำเสนออีกหลายโปรแกรม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่า การนำเสนอนั้นจะนำเสนอในรูปแบบใด หากเป็นสื่อที่จำเป็นต้องนำเสนอเป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอน ที่ต้องมีการอธิบายประกอบหรือใช้ประกอบการบรรยายหรือที่เรียกว่า Benefit media presenting นี้ โปรแกรม Microsoft PowerPoint นับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าจะเหมาะสมที่สุด นอกจาก Microsoft PowerPoint ที่ใช้งานและสร้างสรรได้ง่ายแล้ว ยังมีโปรแกรมอื่นที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นสื่อนำเสนอได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง อีกหลากหลายโปรแกรม


Adobe Director 
โดยที่ Adobe Director เป็นโปรแกรมสร้างมัลติมีเดียที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นโปรแกรมที่รองรับการนำชิ้นส่วนของสื่อที่หลากหลายนำเข้ามาแสดงผลได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพประเภทต่างๆ ทั้ง vector และ bitmap สนับสนุนไฟล์มัลติมีเดียทั้งวิดีโอและเสียงได้อย่างสมบูรณ์ การความคุมไฟล์นอกเช่น การ  interface ไปยังเครื่องเล่น DVD หรือการเข้าถึงบางช่วงที่ต้องการของไฟล์วิดีโอได้ สามารถสร้างกระบวนการ interactive รูปแบบต่างๆ ผ่านภาษา JavaScript และ ภาษา Lingo อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ Director เอง  ซึ่ง Adobe Director สามารถพัฒนาสื่อได้ทั้งในแบบ นำเสนอเป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอน (Benefit media presenting) และแบบสื่อที่นำเสนอเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง (Self media presenting) ด้วย
นอกจากโปรแกรม Adobe Director แล้ว พบว่ามีผู้ใช้งานบางรายมีการดัดแปลงโปรแกรม Adobe Flash และ Adobe Authorware มาสร้างเป็นสื่อประกอบการนำเสนอที่สร้างความน่าสนใจและมีเทคนิคพิเศษต่างๆที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอที่มากกว่า Microsoft PowerPoint อีกด้วย




ศึกษาเพิ่มเติม
  (1) http://www.adobe.com/products/director.html
  (2) http://www.adobe.com/products/flash.html
  (3) http://www.adobe.com/products/authorware/
  (2) http://mediathailand.blogspot.com/2012/04/blog-post.html


แต่หากเป็นสื่อนำเสนอประเภท Self media presenting หรือเป็นสื่อที่นำเสนอเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง Microsoft PowerPoint แบบพื้นฐานอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์การนำเสนอรูปแบบนี้ได้ ซึ่งมีโปรแกรมอื่นที่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อีกหลายโปรแกรม อาทิ


ProShow Gold
โปรแกรม Proshow Gold คือ โปรแกรมใช้เทคนิคการเรียงลำดับภาพเพื่อนำเสนอแบบต่อเนื่องอัตโนมัติที่เพิ่มความเป็นมัลติมีเดียด้วยเสียงบรรยายพร้อมเสียงเพลงประกอบ มีเทคนิคพิเศษการเหลื่อมภาพระหว่างเฟรมมากมาย ใช้งานง่าย สร้างสรรงานที่หลากหลายสนองต่อความคิดของผู้ใช้งานได้ดี

ศึกษาเพิ่มเติมและดาวน์โหลดโปรแกรมรุ่นทดลองใช้งาน ที่
http://www.photodex.com/proshow/gold



โปรแกรม Nero Video


โปรแกรม Nero Video เป็นโปรแกรมด้านมัลติมีเดียที่สร้างง่ายอีกโปรแกรมหนึ่ง ด้วยวิธีการลากวางไฟล์รูปภาพแบบ Picture-in-Picture ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการจัดการสร้างไฟล์งานเป็นแบบวีดีโอ เป็นโปรแกรมที่มีจุดเด่นด้านเทคนิคการแสดงภาพ มีฟีเจอร์การเคลื่อนไหวเอฟเฟคที่มากกว่า 50 แบบ สามารถเรียกใช้ Layout และ theme ทีมีมากกว่า 25 แบบ นอกจากจะนำไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง เข้าใช้งานได้แล้วยังสามารถนำไฟล์วิดีโอ ไฟล์ Flash ไฟล์ WMV เข้ามาร่วมใช้งานในแต่ละเฟรมได้ด้วย
ศึกษาเพิ่มเติมที่
http://www.nero.com/ena/products/nero-video/


CyberLink PowerDirector
โปรแกรม CyberLink PowerDirector  เป็นอีกโปรแกรมที่สามารถสร้างสรรงานด้วยภาพนิ่ง และไฟล์วิดีโอที่ใช้งานง่าย และรวดเร็ว ด้วยเครื่องมือที่จำเป็นในการใช้สร้างสรรงาน 100 รูปแบบ พร้อมเอฟเฟคที่มีให้เลือกใช้มากกว่า 400 รูปแบบ นอกจากนี้ยังมีโปแกรมของค่ายนี้ที่น่าสนใจอีก คือ MediaShow  และ PowerProducer

ศึกษาเพิ่มเติมที่
http://www.cyberlink.com/products/powerdirector-ultra/features_en_US.html?&r=1

ดาวน์โหลดโปรแกรมทดลองที่
http://www.cyberlink.com/downloads/trials/index_en_US.html


Sony Vegas Pro 13 
โปรแกรม Sony Vegas Pro เป็นอีกโปรแกรมที่สามารถสร้างสรรงานด้วยภาพนิ่ง และไฟล์วิดีโอที่ใช้งานง่าย ใช้เทคนิคการเรียงลำดับภาพเพื่อนำเสนอแบบต่อเนื่องอัตโนมัติ ด้วยเครื่องมือที่จำเป็นในการใช้สร้างสรรงาน มีเทคนิคพิเศษการเหลื่อมภาพระหว่างเฟรมมากมาย ใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีโปแกรมของค่ายนี้ที่น่าสนใจอีก คือ Movie Studio 13 Suite
http://www.sonycreativesoftware.com/vegaspro
Readmore...
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แนวทางการออกแบบสไลด์บน Microsoft PowerPoint

0 ความคิดเห็น
 


สื่อนำเสนอที่ดี ความมีความโดดเด่น น่าสนใจ จะเน้นความคิด “หนึ่งสไลด์ต่อ หนึ่งความคิด” มีการสรุปประเด็น หรือสาระสำคัญ และในส่วนนี้จะได้แนะนำการออกแบบสไลด์เพื่อการนำเสนอ
โดยมีแนวทางหลักในการออกแบบอยู่ 3 ประการ คือ

1. สื่อความหมายได้รวดเร็ว
    สื่อนำเสนอที่ดีต้องสามารถสื่อความหมายให้ผู้รับฟัง ผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบ สื่อนำเสนอในประเด็นนี้ผู้ออกแบบจะต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาสาระที่ต้องการนำเสนอ สถานที่ และเวลาที่ต้องการนำเสนอเพื่อประกอบการออกแบบสื่อ เช่น

1.1 กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก
สื่อควรมีให้ความสำคัญกับผู้รับฟังมากกว่าเนื้อหา สามารถนำเทคนิค หรือ Effect ต่าง ๆ ของโปรแกรมสร้างสื่อมาใช้ได้อย่างเต็มที่

1.2 กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะโต้ตอบ
เช่น การนำเสนอทางวิชาการ การบรรยาย หรือฝึกอบรม สื่อนำเสนอควรให้ความสำคัญกับเนื้อหา และสามารถสอดแทรกเทคนิค หรือ Effect ได้

1.3 กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ
เช่นผู้บริหาร นักวิชาการ สื่อนำเสนอจะต้องให้ ความสำคัญกับเนื้อหา ไม่เน้น Effect มากนัก

1.4 กลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่
การนำเสนอมักใช้ความสำคัญกับผู้บรรยายมากกว่าเนื้อหาที่นำเสนอ ดังนั้น สื่อนำเสนอไม่ควรเน้นที่ Effect แต่ควรให้ความสำคัญกับขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร และลักษณะของสีพื้นสไลด์


2. เนื้อหาเป็นลำดับ
    สื่อนำเสนอที่ดีควรมีการจัดลำดับเนื้อหาเป็นลำดับ มีระเบียบ ดูง่าย ไม่สับสนสิ่งที่ จะช่วยให้การออกแบบสื่อนำเสนอที่ต้องการจัดลำดับเนื้อหาให้เป็นระเบียบ และดูง่าย คือ

2.1 รูปแบบเนื้อหา
สื่อนำเสนอแต่ละสไลด์ ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอแบบย่อหน้า หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรใช้ เทคนิคการเน้นแนวคิดหลัก( Main Idea) ในแต่ละย่อหน้าด้วยสีที่โดดเด่น เช่น พื้นหลัง สีขาว ตัวอักษรสีดำ ควรเน้นแนวคิดหลัก (Main Idea) ด้วยสีแดงเป็นต้นแต่ละสไลด์เนื้อหาไม่ควรเกิน 6 – 8 บรรทัด ควรสรุปเนื้อหาให้เป็นหัวเรื่อง (Title) และหัวข้อ (Topic) หรือแนวคิดหลัก (Main Idea)

2.2 แบบอักษร
การควบคุมการแสดงข้อความในแต่ละสไลด์ ควรให้ความสำคัญ กับขนาดตัวอักษร ดังนี้
o หัวข้อใหญ่กำหนดขนาดตัวอักษรใหญ่กว่าหัวข้อย่อย
o เลือกใช้แบบอักษรที่เหมาะสม
o เปลี่ยนลักษณะของตัวอักษรนั้น ใช้ตัวหนาในข้อความที่ต้องการเน้น
o ใช้ช่องว่างในการจัดกลุ่มของเนื้อหา
o ข้อความที่ต้องการให้อ่านก่อน ควรจัดไว้ที่ตำแหน่งมุมซ้ายบนของหน้า
o พิมพ์ตัวอักษรลงกรอบที่วางแบบไว้แล้ว
o ขึ้นหัวข้อก่อนแล้วจึงอธิบายอย่างละเอียด
o ใช้สีที่แตกต่างกัน หรือตัวอักษรสีสลับกัน



3. สื่อนำเสนอต้องสะดุดตาและน่าสนใจ

3.1 การใช้ภาพ
เนื่องจากภาพจะช่วยให้ผู้ชม ผู้รับฟัง สามารถจดจำได้นานกว่าตัวอักษร ดังนั้น การแปลงเนื้อหาให้เป็นรูปภาพหรือผังภาพก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่สามารถสร้างความน่าสนใจ ให้กับสื่อที่นำเสนอการเลือกใช้ภาพก็ควรเลือก


เลือกใช้ภาพที่มีลักษณะที่เหมาะสมกันและกัน คือถ้าในสไลด์นั้นเลือกใช้ ภาพถ่ายก็ควรใช้ภาพถ่ายกับภาพทุกภาพในสไลด์แ ต่ถ้าเลือกใช้ภาพวาด ก็ควรเลือก ภาพวาดทั้งสไลด์เช่นกันดังนั้นจึงไม่ควรใช้ภาพวาดผสมกับภาพถ่าย ใส่เทคนิคที่น่าสนใจให้กับภาพเพื่อสร้างจุดเด่น การเอียงภาพ การเว้นช่องว่างรอบภาพ การเปลี่ยนสีภาพให้แตกต่างจากปกติ ควรระวังการเลือกใช้ภาพเป็นพื้นหลังสไลด์ เพราะพื้นสไลด์อาจจะแย่งจุดสนใจมากกว่าเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ หรืออาจทำให้ผู้ชมไม่สนใจมองสไลด์เลยก็ได้ เนื่องจากภาพทำให้ตัวอักษรอ่านยาก

3.2 การใช้สี
การเลือกใช้สี ควรเลือกใช้สีที่ตัดกันระหว่างสีตัวอักษร สีวัตถุ และสีพื้น เช่น เลือกใช้พื้นสไลด์เป็นสีขาวหรือสีอ่อน ๆ สีตัวอักษรก็ควรจะเป็นสีดำ สีน้ำเงินเข็มหรือสีแดง เลือดหมู


กรณีเลือกใช้พื้นสไลด์เป็นสีเข็ม ควรเลือกใช้สีตัวอักษรที่มองเห็นได้ชัด ในระยะไกลเช่น สีขาว สีฟ้าอ่อนควรหลีกเลี่ยงการใช้สีในโทนร้อน เช่น สีแดงสด สีเหลือกสด สีเขียวสด สีวัตถุ สีแท่งกราฟหรือสีของตาราง ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับสีตัวอักษร และสีพื้นด้วย การเลือกใช้สีใด ๆ ก็ควรเป็นสีในชุดเดียวกันสำหรับสไลด์ทั้งหมด ไม่ควรใช้หนึ่งสี หนึ่งสไลด์


3.3 การใช้ Effect ควบคุมการนำเสนอ
ไม่ควรใส่ Effect มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ผู้ชม ผู้รับฟัง สนใจ Effect มากกว่าเนื้อหาที่นำเสนอ หรืออาจไม่สนใจการนำเสนอเลยก็ได้ และ Effect ที่มากนี้จะเป็น การรบกวนการจดจำ การอ่าน หรือการชมอย่างรุนแรง เลือกใช้ Effect ไม่ควรเกิน 3 แบบ ในแต่ละสไลด์ควรเลือกใช้ Effect แสดงข้อความที่เลื่อนจากขอบ ซ้ายมาขอบขวาของจอ เนื่องจากธรรมชาติการอ่านของคนไทยจะอ่านข้อความจากกรอบบนลงมา และอ่านจากด้านซ้ายไปด้านขวา เครื่องมือที่ใช้ในการนำเสนอข้อมูล เครื่องมือที่ใช้การนำเสนอก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสื่อที่นำเสนอ ดังนั้น ผู้บรรยายหรือผู้นำเสนอควรเลือกเครื่องมือในการนำเสนอให้เหมาะสมกับสื่อนำเสนอ ที่สร้างไว้

Readmore...

เคล็ดลับการนำเสนอผลงานด้วย Microsoft PowerPoint

0 ความคิดเห็น
 




มุมมองแบบเหรียญสองด้านของ Kerr เกี่ยวกับโปรแกรมกราฟิคและการนำเสนอผลงานที่เป็นที่รู้จักและนิยมดีของไมโครซอฟท์ในชุด Office Small Business สะท้อนให้เห็นมุมมองที่แตกต่างกันไปทั้งในแง่ของธุรกิจและการศึกษา แม้ว่าคนจำนวนไม่น้อยยอมรับ PowerPoint ในฐานะแอพพลิเคชันด้านธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ หลายคนกลับมองว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่สร้างความสับสนหรือขัดขวางการสื่อสารที่ดี
หากแต่เมื่อพิจารณาตามที่ Kerr กล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่าผลดีและผลเสียต่างๆของ PowerPoint นั้นกลับช่วยให้เราสามารถเข้าใจและใช้โปรแกรมดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมที่สุด

และนี่คือเคล็ดลับ 10 ข้อในการใช้ PowerPoint อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาด

1.ให้ความสำคัญกับการนำเสนอของคุณเอง ความง่ายในการใช้งาน PowerPoint นั้นบางครั้งอาจจะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดก็เป็นได้ แม้ว่าคุณจะสามารถสร้างแผ่นงานที่เตะตาและน่าดึงดูดใจเพียงใดก็ตาม อย่าลืมว่า PowerPoint นั้นก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้ด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว ผู้รับฟังทุกคนล้วนแต่เข้ามาเพื่อฟังคุณพูด ไม่ใช่แค่มองภาพที่ฉายขึ้นจอเพียงอย่างเดียว คุณควรสร้างแผ่นงาน PowerPoint ที่น่าสนใจควบคู่ไปกับการใช้บทพูดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “PowerPoint ไม่ใช่โปรแกรมนำเสนอผลงาน มันเป็นแค่โปรแกรมสร้างสไลด์งานเท่านั้น” Matt Thorhill ประธานของ Audience First ซึ่งเป็นบริษัทซึ่งให้การอบรมด้านการนำเสนอผลงาน “จำไว้เสมอว่าคุณสร้างสไลด์พวกนั้นเพื่อใช้เสริมการนำเสนอผลงานด้วยการพูด”


2.ทำพรีเซนเทชั่นแบบง่ายๆ เราทุกคนคงเคยเห็นแผ่นงาน PowerPoint และงานนำเสนออื่นๆที่ผู้พูดดูเหมือนกับจะหลงเสน่ห์ของโปรแกรมนั้นๆ เราแทบจะเห็นได้ทันทีเลยว่าเขานั้นสนุกไปกับการใช้เอฟเฟคต์และลูกเล่นต่างๆในโปรแกรมเท่าที่จะหาได้ ทว่างาน PowerPoint ที่มีประสิทธิภาพนั้นกลับขึ้นกับความเรียบง่ายมากกว่า การใช้แผนภูมิที่ดูง่ายและการใช้ภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ผู้พูดต้องการนำเสนอ บางคนถึงกับเสนอว่าไม่ควรใช้คำพูดมากกว่าห้าคำต่อบรรทัด และห้าบรรทัดต่อสไลด์ ด้วยซ้ำ Kerr กล่าวว่า “อย่าทำให้งานเสียด้วยการใช้คำพูดและกราฟิคมากเกินไป...คุณจำเป็นต้องใส่ทุกอย่างลงไปบนจอเลยหรือไง”


3.เลี่ยงการใช้ตัวเลขเยอะๆ กับดักของ PowerPoint อย่างหนึ่งคือความสามารถในการสื่อความคิดและข้อสรุปต่างๆของผู้พูดอย่างรวบรัด นี่เป็นสิ่งที่ทำได้ยากอย่างยิ่งหากคุณใช้ตัวเลขและสถิติมากมายบนสไลด์ ในทางกลับกัน สไลด์ PowerPoint ที่ดีไม่ควรแสดงรายละเอียดตัวเลขและข้อมูลมากมายให้ผู้ชมดู แต่ควรจะเก็บข้อมูลรายละเอียดเหล่านี้ไว้ภายหลังเช่นในเอกสารแจกหลังจบการบรรยาย แต่หากคุณจำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลเขิงสถิติต่างๆด้วย PowerPoint ลองหันมาใช้กราฟิคหรือภาพต่างๆเพื่อสื่อประเด็นแทน “เช่น ครั้งนึงฉันเคยพูดถึงอัตราการป่วยของผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ ฉันก็เลือกใช้ภาพของหญิงชราคนหนึ่งแทนการใช้ตารางตัวเลขมากมายบนจอภาพ” Kerr กล่าว


4.อย่าพูดตามสไลด์ หนึ่งในนิสัยเสียที่พบบ่อยที่สุดของผู้ที่นิยมใช้ PowerPoint ก็คือการอ่านข้อมูลตามที่เขียนไว้บนแผ่นสไลด์ให้ผู้ร่วมบรรยายฟัง ซึ่งนี่ไม่เพียงทำให้การบรรยายดูซ้ำซากจำเจ หากไม่นับแค่การคลิกเมาส์ไปเรื่อยๆ มันดูไม่จำเป็นที่คุณจะต้องอยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ ซึ่งมันทำให้แม้แต่ PowerPoint ที่สวยงามและดึงดูดตาน่าเบื่อได้สุดๆ PowerPoint นั้นทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่ไปกับการเน้นย้ำจุดสำคัญเพื่อการเสริมหรือแลกเปลี่ยนทัศนะ แทนที่จะเป็นการเลียนแบบหรือพูดตามสิ่งที่มีอยู่แล้วบนจอ “และแม้ว่าคุณจะใช้ PowerPoint การสบตากับผู้รับฟังบรรยายก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้” Roberta Prescott แห่งบริษัท Presscott Group กล่าว “คนฟังเขาไม่ได้มานั่งดูคุณหันหลังให้เฉยๆหรอก”


5.พูดให้พอดีกับจังหวะ กับดักอีกอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงคือการบรรยายที่พอดีกับการเปลี่ยนสไลด์แผ่นใหม่ การทำเช่นนี้ทำให้ผู้รับฟังบรรยายถูกเบนความสนใจได้ การนำเสนอผลงานด้วย PowerPoint ที่ดีนั้นคือการนำเสนอแผ่นสไลด์ใหม่ก่อน จากนั้นรอสักครู่หนึ่งให้ผู้รับฟังได้อ่านและทำความเข้าใจข้อความในสไลด์ แล้วจึงค่อยพูดตามเพื่อเสริมหรือขยายความสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ “มันเป็นเรื่องของการกะจังหวะ” Kerr กล่าว “อย่าพูดทับไปพร้อมๆกับเสนอสไลด์ของตัวเอง”


6.ให้ผู้รับฟังได้พักบ้าง สิ่งที่ทำให้ PowerPoint ต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆในกลุ่มของ Office Small Business ก็คือ PowerPoint นั้นจะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้เป็นสื่อทางสายตาควบคู่กับการพูด คนที่เชี่ยวชาญในการใช้งาน PowerPoint นั้นไม่อายเลยที่จะปล่อยให้หน้าจอสไลด์ว่างเปล่าบ้างเป็นครั้งคราว เพราะนั่นไม่เพียงช่วยให้ผู้รับฟังบรรยายได้พักสายตาเท่านั้น แต่ยังช่วยในการดึงความสนใจของผู้ร่วมบรรยายมายังจุดอื่นๆ เช่น การพูดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรือการถามตอบ เป็นต้น


7.เลือกใช้สีสันที่สดใส การเลือกใช้สีสันที่ตัดกันระหว่างคำพูด กราฟิค รวมถึงภาพพื้นหลังนั้นใช้ได้ดีสำหรับการสื่อข้อความหรืออารมณ์ต่างๆ


8.ใช้ภาพและกราฟิคจากที่อื่นๆ อย่าจมอยู่แต่กับการเลือกใช้สิ่งต่างๆที่มีใน PowerPoint เพียงอย่างเดียว ลองเลือกใช้ภาพและกราฟิคต่างๆจากที่อื่นๆบ้าง รวมถึงวิดิโอด้วย “บ่อยครั้งที่ฉันมักจะใส่คลิปวิดิโอสั้นๆ หนึ่งหรือสองคลิปไว้ในพรเซนเตชันด้วย” Ramon Ray ผู้ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีจากนิวยอร์คกล่าว “มันช่วยทั้งเพิ่มความสนุก สื่อความหมายที่เราต้องการ และช่วยสร้างความรู้สึกเป็นกันเองด้วย”


9.แจกเอกสารหลังจบพรีเซนเตชันเท่านั้น หลายคนอาจจะเห็นไม่ตรงกับผมในจุดนี้ แต่ผมเชื่อว่าไม่มีผู้บรรยายคนไหนที่อยากจะพูดคุยกับคนที่วุ่นอยู่กับการอ่านเอกสารสรุปใจความการนำเสนอของตนเอง เว้นเสียแต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้รับฟังจะต้องทำตามเอกสารแจกระหว่างการนำเสนอ ควรรอให้จบพรีเซนเตชันก่อนเท่านั้น จึงค่อยแจกเอกสารให้ผู้เข้าฟัง


10.แก้ไขงานอย่าลังเลก่อนขึ้นบรรยาย อย่าลืมพิจารณางานของคุณจากมุมมองผู้รับฟัง เมื่อใดก็ตามที่คุณเสร็จจากการวางโครงร่างของสไลด์ PowerPoint ลองจินตนาการตัวเองเป็นผู้รับฟังคนหนึ่งที่เข้ารับฟังการบรรยายของคุณ หากมีบางสิ่งที่ดูไม่เข้าท่า สับสน หรือดึงความสนใจของผู้รับฟัง ก็แก้ไขมันเสียใหม่อย่าลังเล เพราะนี่จะทำให้การนำเสนอผลงานของคุณดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่าจะทำให้แย่ลง

อ้างอิง http://www.microsoft.com/business/th-th/Content/Pages/article.aspx?cbcid=28
Readmore...

ขั้นตอนและกระบวนการนำเสนอ

0 ความคิดเห็น
 


ในการสร้างสื่อเพื่อการนำเสนอที่ดี สามารถตรึงพฤติกรรมในการรับรู้เรื่องราว รวมไปถึงความน่าสนใจ การซึมซับเนื้อหาได้อย่างสมบูรณ์ ย่อมมาจากกระบวนการสร้างที่ดี ซึ่งการสร้างสื่อนำเสนอที่ดี จะประกอบด้วย 4 ขั้นตอน
1. Planning
2. Preparing
3. Practice
4. Presentation



เริ่มที่ขั้นตอนแรกกัน นั่นคือ Planning









ขั้นตอนที่สอง เป็นการเลือกใช้วิธีการ เครื่องมือ หรือสื่อในการประกอบการนำเสนอ



ขั้นตอนที่สาม Practice เป็นขั้นตอน ของการพัฒนา การสร้างสื่อนำเสนอ




ขั้นที่สี่ Presentation เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่แสดงสิ่งที่ต้องการให้ผู้ชมได้รับรู้ ผ่านตัวตน หรือผ่านสื่อที่สร้าง หรือผสมผสานร่วมกัน



Readmore...

test

แบบสอบถามความคิดเห็น

การนำเสนอนับได้ว่าเป็นหนึ่งในทักษะที่ครูควรต้องมี เพราะการนำเสนอเป็นศาสตร์และศิลป์สำหรับการถ่ายทอด หรือการสอน หรือในการนำเสนอผลงาน แผนงาน โครงการ รวมถึงความคิดต่างๆ ต่อผู้เรียน ต่อชุมชน ต่อเพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา ขอบคุณที่ให้ความสนใจ พบกับเรื่องราวต่างๆ เพื่อการนำเสนอที่ดี ในเรื่องต่อไป

ขอบคุณที่กรุณาเข้าเยี่ยมชม
นายมีเดีย : mediathailand
สุวัฒน์ ธรรมสุนทร (mediath@hotmail.com)
ข้าราชการบำนาญ สำนักงาน กศน.
กระทรวงศึกษาธิการ